kruooy's Blog


จากความฝันเพื่ออนาคต
กุมภาพันธ์ 25, 2010, 11:16 pm
Filed under: Uncategorized

เรื่อง  จากความฝันเพื่ออนาคต

ความฝัน  เป็นสิ่งที่ทุกคนมีและพยายามจะไคว่คว้าเอามาให้ได้บางคนมีความฝันที่ยิ่งใหญ่และพยายามทำตามความฝันของตนจนถึงที่สุดหรือจนกว่าจะสำเร็จตามที่หวังเอาไว้  บางคนได้เดินตามทางที่ตัวเองฝันไว้  แต่บางคนก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางความฝันไปตามความเป้นจริง  ความฝันเป็นสิ่งที่สวยงามทั้งสำหรับคนที่ไปได้ถึงและไปได้ไม่ถึงฝันนั้น  แต่จะมีสักกี่คนที่จะประสบความสำเร็จ และเป็นได้อย่างที่วาดฝันเอาไว้

                เมื่อตอนที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ ม.ต้น  ข้าพเจ้ายังไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าข้าพเจ้าอยากเป็นอะไร  จะต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน  แต่เมื่อข้าพจ้าได้เข้ามาเรียนที่นี่ได้เป้นส่วนหนึ่งในรั้วชมพูแห่งนี้  ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มคิดได้แล้วว่าจะต้องหาเป้าหมายของตัวเองให้เจอ  เมื่อตอนที่อยู่ ม.๔ ข้าพเจ้าพอจะรู้แล้วว่าชอบวิชาไหน  ข้าพเจ้าคิดว่าอนาคตน่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์คงจะเหมาะสมกับข้าพเจ้าที่สุดแล้ว  แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ความฝันของข้าพเจ้าเกิดขึ้นก็คือ  แม่ได้พาข้าพเจ้าไปเยี่ยมญาติที่จังหวัดร้อยเอ็ด  ได้เจอกับป้าที่เพิ่งกลับมาเยี่ยมบ้านเหมือนกัน  ป้าเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า  ป้าเป้นเภสัชกรอยู่ที่แคนนาดา  ป้าบอกว่าการทำงานที่นั่นมันมีกฎระเบียบมากมายมันเป็นเรื่องที่สนุกสำหรับป้า  ป้าบอกว่าครีมที่ป้าใช้บางอย่างป้าเป็นคนทำเองด้วย  ในความคิดของข้าพเจ้าตอนนั้น การเป็นเภสัชกรมันมีเรื่องน่าสนุกด้วยหรือ  ป้าพาข้าพเจ้าทำครีมที่ป้าทำเองบ่อยๆด้วย  ข้าพเจ้าเริ่มรุ้สึกสนุกกับสิ่งที่ไม่เคยทำนี้  ข้าพเจ้าคุยกับป้านานพอที่จะรู้ว่าเภสัชกรเป็นอย่างไรบ้าง  พอกลับบ้านไปข้าพเจ้าก็ถามแม่ว่าถ้าอยากเป็นเภสัชกรแม่จะว่ายังไง  ข้าพเจ้ารู้ว่าแม่อยากให้ข้าพเจ้าเรียนพยาบาล  แต่แม่ก็ไม่ได้บังคับข้าพเจ้าด้วย  พอขึ้น ม.๕  จากการที่ได้พูดคุยกับหลายๆคน  ก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจในสิ่งที่คิดได้มากขึ้น  ข้าพเจ้าได้เจอกับพี่ที่มาฝึกงานอยู่ที่ห้องยา  พี่เขานั่งคุยกับข้าพเจ้าอยู่นานเกี่ยวกับคณะเภสัช  ก่อนที่จะไปพี่เขาได้พูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกดีมากๆคือ “ เภสัชกรไม่ได้เป้นยากอย่างที่คิดหรอกถ้าตั้งใจและมุ่งมั่นจริงๆ  มาเป้นน้องคณะพี่นะ  มาเป็นเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันให้ได้นะ ”  คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในใจของข้าพเจ้าเรื่อยไป  วันหนึ่งเพื่อนของข้าพเจ้าชวนให้ส่งใบสมัครไปค่ายเภสัชของมหาวิทยาลัยขอนแก่น  ข้าพเจ้าก้ส่งไปแต่ไม่คิดว่าจะได้เพราะทั่วประเทศรับแค่  ๘๐  คน  เมื่อถึงวันประกาศผลซึ่งตรงกับวันที่พี่ๆกลับมาแนะแนวการศึกษาให้น้องๆพอดี  มีพี่คนหนึ่งมาจากคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  พี่เค้าเรียกทุกคนที่ส่งใบสมัครค่ายไปแล้วก้บอกว่าดรงเรียนเราถูกคัดเลือก ๑ คน  ตอนนั้นข้าพเจ้าตื่นเต้นมาก  แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเอง  พอพี่เขาบอกว่าเป็นข้าพเจ้า  ตอนนั้นอึ้งมาก  ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตอนแรกไม่ได้หวังแล้วทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย  พอกลับบ้านข้าพเจ้าก้ไปดูระเบียบการเข้าค่าย  แต่แล้วข้าพเจ้าก็ต้องสับสนว่าจะไปดีไหม  เพราะวันแรกที่จะต้องไปลงทะบียนซึ่งไม่เกิน  ๕ โมงเย็นนั้น มันตรงกับวันที่สอบกลางภาควันสุดท้ายพอดี  ข้าพเจ้าคิดอยู่นานถามรุ่นพี่หลายคนเหมือนกัน  มีพี่คนหนึ่งบอกว่า  “ประสบการณ์หาซื้อไม่ได้  และโอกาสไม่ได้มีให้กับคนๆเดียวบ่อยครั้งนักหรอก”  ข้าพเจ้าก็เลยตัดสินใจที่จะไปค่าย  พอถึงวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๑  เป็นวันสอบกลางภาควันสุดท้าย  สอบเสร็จข้าพเจ้าก็รีบขึ้นรถไปค่ายทันที  นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าต้องขึ้นรถประจำทางไปไหนไกลๆคนเดียว  ระหว่างการเดินทางพี่ๆที่เตรียมค่ายก้โทรมาถามตลอดทางเลย ข้าพเจ้าไปถึงขอนแก่นประมาณ ๒ ทุ่ม ข้าพเจ้าเป็นคนสุดท้ายที่ไปถึงค่าย  พี่ๆในค่ายบอกว่าข้าพเจ้าจะไม่มาค่ายซะแล้ว  แต่มีพี่ที่จบจากโรงเรียนเราบอกว่าข้าพเจ้าติดสอบก็เลยต้องมาช้าพี่ๆก็เลยเข้าใจเหตุผลของข้าพเจ้า  ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกผิดที่ทำให้พี่ๆต้องลำบาก  ในค่ายข้าพเจ้าได้เจอเพื่อนๆที่มาจากหลายภูมิภาค  ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ  ภาคกลาง ฯ  ค่ายวันแรกพี่ๆพาเดินชมทุกซอกทุกมุมของคณะเภสัชศาสตร์  ได้ทำยาหม่องด้วยตัวเองซึ่งพี่ๆเป็นคนเตรียมอุปกรณ์ไว้ให้แล้วคอยให้คำแนะนำกับน้องๆ  ได้ทำไทเทรตที่ในโรงเรียนเคยได้แต่ดูครูทำเท่านั้น  เมื่อทำการทดลองในห้อง lab เสร็จพี่ๆก็พาเข้าไปในสวนสมุนไพรของคณะ  ในนั้นมีสมุนไพรเยอะแยะมากมาย  บางชนิดหาดูได้ยากมาก  การที่ได้เข้าไปในสวนสมุนไพรนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ว่าแม้แต่ต้นไม้ต้นเล็กๆก็มีประโยชน์มากมายเหมือนกัน  กิจกรรมของวันแรกหยุดลงตอน ๕ โมงเย็นเพื่อให้น้องๆไปทำธุระส่วนตัว  และมารวมตัวกันอีกทีตอน ๑ ทุ่ม เพื่อรับประทานอาหาร  และคืนนั้นมีการแสดงละครเกี่ยวกับยา  กลุ่มของข้าเจ้าได้แสดงเรื่อง เภสัชกรกับการใช้ยาในอินเดีย  การแสดงเป็นไปอย่างสนุกสนาน  และจบลงด้วยการแสดงของพี่ค่าย  หลังจากนั้นพี่ๆก็ทำเซอร์ไพรซ์วันเกิดของน้องในค่าย ๒ คน  พวกเราร่วมกันร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับเพื่อน ๒ คนนั้น  เช้าวันต่อมาพี่ๆได้เตรียมฐานเล่นเกมส์ไว้หลายฐาน  ทุกกลุ่มจะต้องเวียนให้ครบทุกฐาน  พี่ๆพากันเต้นแบบหลุดโลกให้น้องดูด้วย  จากที่ข้าพเจ้าเคยคิดว่าพี่ๆคงจะเรียบร้อย  เป็นเด็กเรียน  แต่พอเห็นแบบนี้แล้วความคิดที่ข้าพเจ้าคิดมาตั้งแต่ต้นก็ลบหายไปภายในพริบตา  พี่เป็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ  เมื่อครบทุกฐานพี่ๆก็พาน้องๆไปที่ห้องประชุมของคณะ  และให้พูดเปิดใจเกี่ยวกับค่ายนี้  บางคนก็พูดไปด้วยร้องไห้ไปด้วย  พอพูดจบพี่ๆก็พากันร้องเพลงประจำคณะ  ถึงตอนนี้น้องๆเกือบทุกคนและพี่บางคนก็น้ำตาคลอไปตามๆกัน  ถึงแม้ข้าพเจ้าจะยังไม่ได้เข้าไปยืนอยู่ ณ จุดที่พี่ๆ ยืนอยู่ในตอนนั้นแต่ข้าพเจ้าก็ภาคภูมิใจที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของค่ายนั้น  ความรู้  ความสนุกสนานที่พี่ๆสร้างสรรค์ให้  รอยยิ้ม  เสียงหัวเราะที่ทุกคนมอบให้แก่กัน  มิตรภาพความผูกพันระหว่างเพื่อน  ระหว่างพี่น้องที่ได้เกิดขึ้นในค่ายนี้จะยังคงเป็นความทรงจำที่ดีของข้าพเจ้าตลอดไป

                ณ  ตอนนี้  อีกไม่กี่เดือนข้าพเจ้าก็จะจบ ม.๖ แล้ว  แต่ความฝันของข้าพเจ้ายังไม่มีวี่แววว่าจะเป็นจริงได้เลย  แต่อย่างน้อยข้าพเจ้าก็จะพยายามเต็มที่ทำให้ดีที่สุด  ถึงมันจะริบหรี่  แต่มันก็คือความฝันที่ข้าพเจ้าหวังจะให้มันเป็นจริงให้ได้สักวัน

 นางสาวจิราพร  เฉลิมจิตร  ชั้น ม.๖/๑  เลขที่ ๒๖

Advertisements

ให้ความเห็น so far
ใส่ความเห็น



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s



%d bloggers like this: